เพลงแห่งชาติ 
  

     

ความเป็นมา

   

เพลงสรรเสริญพระบารมี (The Royal Anthem)

เป็นเพลงยกย่องเชิดชู พระเกียรติยศแห่งพระมหากษัตริย์ สันนิฐานว่า ตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ได้มีดนตรีที่มีลักษณะคล้ายเพลงสรรเสริญพระบารมีใช้กันแล้ว ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้จัดการทหารทั้งทหารบกและทหารเรือตามแบบยุโรป  เวลากองแตรวงบรรเลง ประกอบการเข้าแถวตั้งกองเกียรติยศ เพลงที่บรรเลงส่วนใหญ่เป็นเพลงมาร์ช เพลงสรรเสริญตามแบบฝรั่ง  และเพลงที่ใชับรรเลงรับและส่ง เสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็คือ เพลง God Save the Queen ของอังกฤษ ครั้งสมัยรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระองค์เสด็จประพาสชวาเมื่อ พ.. 2414 ขณะประทับอยู่ที่สิงคโปร์ ทหารอังกฤษใช้เพลง God Save the Queen รับเสด็จเมื่อเสด็จถึงเมืองปัตตาเวีย พวกฮอลันดา คงจะถามถึงเพลงชาติของไทย เพื่อนำไปบรรเลงรับเสด็จ จึงมีพระราชดำริให้แต่งเพลงขึ้น เพื่อแตรวงรับเสด็จครูดนตรีไทยได้เลือกเพลงไทยชื่อ " เพลงสรรเสริญพระบารมีซึ่งมีกำเนิด ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ขึ้นทูลเกล้าฯ  ถวายให้ใข ้เป็นทำนองเพลงสรรเสริญพระบารมีไปพลางก่อน และโปรดเกล้าฯ ให้พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูรแต่งบทร้องถวายพระพร เพื่อประกอบทำนองเพลงเป็นโคลงกระทู้ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้าฯ ให้ มร. เฮวุดเฃน (Mr. Hevutzen) ครูแตรทหารมหาดเล็ก  แต่งทำนองเพลง คำนับรับเสด็จอย่างเพลง God Save the Queen โดยพระราชทานทำนองเพลงฝรั่งบทหนึ่ง ซึ่งได้ทรงสดับฟัง  และโปรดมาก เมื่อครั้นเสด็จสิงคโปร์ให้ครูแตรด้วย  มร. เฮวุดเซนได้นำทำนองเพลงนั้น มาปรับปรุงเรียบเรียงขึ้นใหม่ จนเป็นต้นเค้าของทำนอง เพลงสรรเสริญพระบารมี ที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ส่วนเนื้อร้องนั้น สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ ทรงพระนิพนธ์หลายเนื้อร้อง สำหรับผู้ขับร้องกลุ่มต่าง ๆ กัน อนึ่ง เพลงสรรเสริญพระบารม ีเมื่อตอนที่มีเนื้อร้องขึ้นแล้ว มร.ยาคอบไฟต์ ( Mr. Jacob Feit ) บิดาของพระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร) ได้เรียบเรียง สำหรับการขับร้องประสานเสียง 4 แนวขึ้นเป็นครั้งแรก ครั้นถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้ทรงพระราชนิพนธ ์เนื้อร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีขึ้นใหม ่โดยทรงรักษาพื้นเดิมไว้ มีบทร้องขึ้นต้นว่า "ข้าวรพุทธเจ้า เอา มะโนและศิระกราน.." ประกาศใช้เมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.. 2456 และใช้กันต่อเนื่องมาจนทุกวันนี้

   

เพลงมหาชัย

ชื่อของเพลงมหาชัย หมายถึง "ชัยชนะอันยิ่งใหญ่" ทำนองของเพลงนี้มี 2 แบบ คือ ทำนองแบบเดิม เป็นทำนองทางไทย สำหรับบรรเลงด้วยวงดนตรีไทย  ใช้ในงานพิธี และประกอบการแสดงละคร และทำนองแบบใหม่ เป็นทำนองแบบสากล (ฝรั่ง) สำหรับบรรเลงด้วยวงดนตรีสากล  ใช้เป็นเพลงเกียรติยศ ของพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นเจ้าฟ้า และชั้นผู้ใหญ่ ธงราชวงศ์เวลาผ่าน หรืออัญเชิญขึ้น - ลงผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ของไทย  ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ของต่างประเทศ นายกรัฐมนตรี และนายทหารที่มียศจอมพล จอมพลเรือ และจอมพลอากาศ  เพลงนี้จะใช้บรรเลง เมื่อผู้เป็นประธาน หรือแขกเกียรติยศสูงสุดของงานมาถึง และเมื่อผู้เป็นประธานของงานกล่าวคำปราศรัยจบลง และนอกจากนี้ ยังใช้บรรเลงในงานรับรองบุคคลสำคัญ  งานสโมสรสันนิบาต การดื่มอวยพรเลี้ยงคณะทูต เพื่อกระชับสัมพันธไมตรีระหว่างชาติ (ซึ่งแทนที่จะบรรเลงเพลงชาต ิของทั้งสองประเทศ  ก็ใช้เพลงมหาชัยนี้ แต่เพียงเพลงเดียวแทนได้) เพลงมหาชัยทำนองแบบสากลนี้ แต่เดิมสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงพระนิพนธ์ขึ้น จากเพลงมหาชัยทางไทยเมื่อปี พ.. 2433 ขณะทรงดำรงตำแหน่ง เสนาบดีกระทรวงกลาโหม และได้ทรงให้ มร. ยาคอบ ไฟต์ (บิดาของพระเจนดุริยางค์) ซึ่งเป็นครูแตรวงทหารม้าบรรเลง ในเวลาต่อมา สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิจ  ได้ทรงนำเพลงมหาชัยน ี้มาแก้ไขปรับปรุงใหม่ ให้รัดกุมยิ่งขึ้น และได้ใช้สืบต่อกันมา ตราบจนทุกวันนี้ อนึ่ง เพลงมหาชัยนี้ ใช้บรรเลงแต่ทำนองอย่างเดียว  ไม่มีบทร้องสำหรับการขับร้องเข้าร่วมด้วย

  

เพลงมหาฤกษ์

ชื่อของเพลงมหาฤกษ์ หมายถึง "ฤกษ์อันยิ่งใหญ่" หรือ "ฤกษ์อันเป็นมงคลยิ่ง" เพลงมหาฤกษ์มี 2 แบบ คือ แบบทำนองทางไทย ซึ่งใช้เป็นเพลงหน้าพาทย ์ประกอบพิธีไหว้ครู และแสดงโขน และให้ในงานมงคลทั่วไป และแบบทำนองสากล ซึ่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทรงพระนิพนธ์ ดัดแปลงจากทำนองไทยของเดิม และต่อมา พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้โปรดเกล้าฯ  ให้เป็นเพลงเกียรติยศ ใชัในโอกาสเกี่ยวกับฤกษ์พิธีต่าง ๆ สำหรับเจ้านาย เชื้อพระวงศ์ที่ต่ำกว่าชั้นพระบรมวงศ์ลงมา  ข้าราชการที่มีระดับต่ำกว่านายกรัฐมนตรีลงมา และทหารที่มียศต่ำกว่าจอมพลลงมาจนถึงสามัญชนทั่วไป โดยทั่วไปเพลงน ี้ใช้บรรเลงในเวลาได้ฤกษ์เปิดงาน ที่เป็นพิธีสำคัญ เช่น พิธีเปิดสถานที่ทำงานของทางราชการ พิธีเททองหล่อพระพุทธรูป พิธีเปิดอนุสาวรีย์บุคคลสำคัญ  (แต่ถ้าเป็นพระบรมราชานุสาวรีย ์ของพระมหากษัตริย์ จะต้องบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี) พิธีเจิมศิลาฤกษ์อาคาร และสิ่งก่อสร้างที่สำคัญของทางราชการ พิธีเปิดเส้นทางคมนาคมสำคัญ เป็นต้น อนึ่ง เพลงมหาฤกษ์นี้ เป็นเพลงที่มีทำนองใช้สำหรับบรรเลงอย่างเดียว ไม่มีบทร้อง เช่นเดียวกับเพลงมหาชัย

 

   

  

วาระและโอกาสการใช้เพลงแห่งชาติ

   

เพลงชาติ

ใช้บรรเลงในทุกกรณีที่มุ่งหมายจะแสดงความเคารพต่อชาติ หรือใช้ในโอกาสที่ต้องการแสดงความภาคภูมิของคนในชาติ  ปลุกใจให้เกิดความรักชาต ิและสมัครสมานสามัคคี เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

 

เพลงสรรเสริญพระบารมี

ใช้บรรเลงในโอกาสดังต่อไปนี้

1. พิธีการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และหรือสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนิน ดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ทั้งรับและส่งเสด็จฯ

2. พิธีการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วยประมุขต่างประเทศ ให้ดุริยางค์บรรเลงเพลงชาติของประเทศนั้น จบแล้วบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ทั้งรับและส่งเสด็จฯ ในกรณีที่ประมุขต่างประเทศเสด็จฯ หรือไปตามลำพัง ดุริยางค์บรรเลงเพลงชาติของประเทศนั้น

3. พิธีการที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เสด็จพระราชดำเนิน ดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ทั้งรับและส่งเสด็จฯ

4. พิธีการที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนิน ดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ทั้งรับและส่งเสด็จฯ

5. พิธีการที่ผู้แทนพระองค์ ปฎิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ในงานเสด็จพระราชดำเนิน

5.1 ถ้าผู้แทนพระองค์คือสมเด็จพระบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ พระบรมราชวงศ์ชั้นสมเด็จเจ้าฟ้า หรือพระวรราชาทินัดดามาตุ เมื่อผู้แทนพระองค์ประทับเรียบร้อยแล้ว ดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี เป็นการเปิดงานเมื่อปิดงาน ดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี  และเมื่อผู้แทนพระองค์เสด็จกลับ ดุริยางค์บรรเลงเพลงมหาชัย

5.2 ถ้าผู้แทนพระองค์เป็นบุคคลอื่น เมื่อผู้แทนพระองค์มาถึง ดุริยางค์ไม่บรรเลงเพลงใด ๆ และเมื่อผู้แทนพระองค์นั่งเรียบร้อยแล้ว ดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี เป็นการเปิดงาน เมื่อปิดงาน ดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี และเมื่อผู้แทนพระองค์กลับดุริยางค์ ไม่ต้องบรรเลงเพลงใด ๆ

 

เพลงมหาชัย

ใช้บรรเลงในโอกาสดังต่อไปนี้

1. ในพิธีการที่สมเด็จพระบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ พระบรมราชวงศ์สมเด็จเจ้าฟ้า หรือพระวรราชาทินัดดามาตุ ดุริยางค์บรรเลงเพลงมหาชัย ทั้งรับและส่งเสด็จฯ

2. ในพิธีการที่พระบรมวงศานุวงศ์ชั้นเจ้าฟ้า ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ นายกรัฐมนตรี และนายทหารที่มียศจอมพล เป็นประธานในพิธี ดุริยางค์บรรเลงเพลงมหาชัย เมื่อประธานในพิธีเดินทางมาถึง เมื่อประธานกล่าวคำปราศรัยจบลง

3. ใช้บรรเลงในงานรับรองบุคคลสำคัญ งานสโมสรสันนิบาต การดื่มอวยพรเลี้ยงคณะทูต เพื่อกระชับสัมพันธไมตรีระหว่างชาติ

 

เพลงมหาฤกษ์

ใช้บรรเลงในโอกาสเกี่ยวกับฤกษ์พิธีต่าง ๆ สำหรับเจ้านายเชื้อพระวงศ์ ที่ต่ำกว่าพระบรมวงศ์ลงมา และทหารที่มียศต่ำกว่าจอมพลลงมา  จนถึงสามัญชน โดยทั่วไปเพลงนี้ ใช้บรรเลงในเวลาได้ฤกษ์เปิดงานที่เป็นพิธีสำคัญ เช่น พิธีเปิดสถานที่สำคัญของทางราชการ พิธีเททองหล่อพระพุทธรูป เป็นต้น