พาเที่ยวโรงเรียนเซนต์คาเบรียล

 

 

เวลาผ่านไป ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป นับแต่พวกเราได้ออกจากรั้วเซนต์คาเบรียลมาตั้งแต่ปี 2528  โรงเรียนของเราก็เปลี่ยนไปด้วย จากตึกแม่พระและตึกวิทย์ที่เป็นห้องเรียนของพวกเราในชั้นมัธยมปลายก็ถูกทุบทิ้ง เพื่อสร้างตึกใหม่ หรือการทาสีของแต่ละตึกก็ดี จากโทนสีที่ดูทึบๆ  ซึ่งทำให้ดูขลังก็ถูกทาสีใหม่ออกแนวชมพูส้มสดใส (มั๊ง) เลยถือโอกาสเอาข้อมูลที่ไปเจอในเวบเด็กดีดอทคอม ที่มีการพาเที่ยวโรงเรียนเซนต์ฯ เลยเอามาลงให้เพื่อนๆ ดู เพราะเชื่อว่าหลายคนทีเดียวไม่ได้มีโอกาสกลับไปเยี่ยมโรงเรียนเซนต์ฯ ของเรา 

 

โรงเรียนเซนต์คาเบรียลของเรา ได้ถูกก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1920 หรือ พ.ศ. 2463 กว่าแปดทศวรรศมาแล้ว เริ่มแรกเป็นการสอนเรื่องศาสนา วัฒนธรรม และประเพณี ด้วยผู้สอนที่ชำนาญระดับอาชีพ ความชำนาญเหล่านั้นได้ ซึ่งความรู้จะถูกถ่ายทอดไปยังครูผู้สอนรุ่นน้องๆ และนักเรียนของพวก ด้วยเหตุผลดังกล่าว Brothers จึงเปรียบเสมือนการทำหน้าทีที่สำคัญ และยิ่งใหญ่ในการสอน ซึ่งจะเป็นการรักษา และคงไว้ซึ่งหลักการบริหารของระบบ โรงเรียนคาทอลิก โดยการปลูกฝังศิลปธรรมวัฒนธรรมอันดีงามให้แก่เยาวชน ตามความเชื่อของคาทอลิก

บรรยากาศภายในโรงเรียน เริ่มต้นคงหนีไม่พ้นหน้าประตูโรงเรียน ซึ่งจะกี่ปีผ่านมานอกจากสัญลักษณ์ตราโรงเรียนเซนต์ฯ ที่หน้าประตูแล้ว  คงหนีไม่พ้นบังที่คอยทำหน้าที่ดูแลคนเข้าออกของโรงเรียน ซึ่งแต่ก่อนบังจะมีบ้านพักอยู่ภายในโรงเรียน โดยมีบ้านเรือนไม้สร้างอยู่หลังตึกแดง ซึ่งปัจจุบันได้ถูกรื้อออกและสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ชื่อว่าตึกแอนดรูว์ เมโมเรียล

 

 

 

นอกจากนี้ จากรูปปั้นนักบุญหลุยส์ มารีย์ กรียอง เดอ มงฟอต ที่เคยยืนอยู่หน้าตึกวิทย์มานาน ก็ถูกย้ายออกมาตั้งไว้ด้านหน้าทางเข้าประตูโรงเรียน เพราะตึกวิทย์ฯ ได้ถูกทุบทิ้งเพื่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่เช่นเดียวกัน หมดความขลังไปเยอะเลย และถัดมาด้านขวามือก็คือตึกแดงที่มีประวัติยาวนานพร้อมกับอายุของโรงเรียน

 

ภาพต่อมา เป็นภาพแกะสลักหน้าตึกเดอ มงฟอร์ต และตามด้วยบรรยากาศขรึมๆภายในตึกแดง ที่มีรูปปั้มสำริดอยู่ตลอดทางเดินของตึก และรูปปั้นของพระแม่มารี ซึ่งเมื่อก่อนตึกแดงเป็นตึกเรียนของ ม.ปลาย แต่ปัจจุบันเนื่องจากสภาพของตึกไม่สามารถรองรับนักเรียนได้ จึงต้องเปลี่ยนมาเป็นแผนกต่างๆของโรงเรียนแทน 

.

ภาพต่อมาเป็นภาพภายในตึกแดงอีกส่วนหนึ่ง และภาพตึกเดอ มงฟอร์ต ซึ่งภายในตึกจะมีหอประชุม ห้องวงโยทวาทิต ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ผีเสื้อ และห้องพยาบาล

 

ก็หมดลงไปแล้วนะครับ สำหรับ ตึกเดอ มงฟอต สวยมั้ย

ต่อมาเป็นภาพตึกฟาติมาครับ เป็นตึกเรียนของเด็กประถม เป็นตึกที่สูงที่สุดในโรงเรียน มีสนามเทนนิสอยู่ชั้นบน และมีสนามฟุตบอลอยู่ชั้นล่างของตึก ใต้ตึกมีลมพัดผ่านตลอด ลมเย็นทั้งวัน 

 

นี่เป็นรูปปั้มเดวิด โชว์สรีระ กล้ามเนื้อส่วนต่างๆของร่างกาย และมีใบไม้ปิดบังอาวุธลับเอาไว้  ตามด้วยรูปปั้นของพระแม่มารี  และภายในของตึกยิมเนเซี่ยม ก็ยังอลังการอยู่เหมือนเดิม โดยมีสัญลักษณ์ของสายแต่ละสาย นอกจากนี้ ภายในยังเก็บถ้วยรางวัลไว้อีกเพียบ!! และที่เรียกว่าตึกยิมเนเซี่ยม ก็เนื่องมาจากภายในตึกเป็นสนามบาส และเก็บถ้วยกีฬา และที่สำคัญที่เป็นเอกลักษณ์ของตึกยิมคือนาฬิกาที่อยู่บนตึก ที่หยุดเดินได้ทุกอาทิตย์เลย พับผ่าซิ!!

 

รูปต่อมาเป็นทางเชื่อมระหว่างตึกแดง ซึ่งจะนำทางไปสู่ตึกแอนดรูว์ เมโมเรียล ซึ่งเป็นตึกเรียนที่สร้างขึ้นหลังจากเราได้จบกันออกไป โดยสร้างแทนที่ตึกไม้สองชั้นที่เคยเป็นห้องเรียน และบ้านพักของอาบังเรานั้นเอง ชั้นบนของตึกเป็นห้องคอมพิวเตอร์กว่าหลายร้อยเครื่อง เป็นชั้นเรียน 2 ชั้น ห้องพักครู 1 ชั้น และชั้นบนสุดที่เป็นพักของภราดาทั้งหลาย

 

ถัดมาจากรูปห้องน้ำ ก็คือตึกจอห์น แมรี่ ซึ่งเป็นที่พักของครูต่างชาติ และฝ่ายปกครอง จะเป็นตึกที่อยู่หน้าสุดของโรงเรียนมีฝ่ายปกครอง คอยทำโทษเด็กที่มาสาย และถัดมาเป็นรูปของภราดามาร์ติน เดอ ตูรส์ ผู้ก่อตั้งโรงเรียนเซนต์คาเบรียล ตั้งตระหง่านอยู่หน้าตึกแดง ซึ่งเป็นรูปปั้นที่พวกเราแอบมาบนขอให้ไม่สอบตกกันไง ใครผ่านก็มักจะแก้บนด้วยการเปลี่ยนแว่นตาอันใหม่ให้กับบราเดอร์นั้เอง

 

เมื่อข้ามฝั่งถนนสามเสนมา จะได้เจอกับตึกฮิวเบิร์ต ซึ่งเป็นตึกของศูนย์เบลล์สอนภาษาอังกฤษและสระว่ายน้ำของโรงเรียน ชั้นบนเป็นชั้นเรียนของนักเรียนชั้น ป.5 และ ป.6 และสมาคมศิษย์เก่า ส่วนข้างล่างมีร้าน McDonald มาหลอกขายให้กับเด็กเซนต์ฯ โดยเฉพาะ

 

มีอีก 2 ตึกที่พึ่งถูกทุบไปเมื่อไม่นานมานี้คือ ตึกวิทยาศาสตร์ และตึกแม่พระ เป็นตึกที่มีความสำคัญและเป็นตึกที่นักเรียนชั้นมัธยมปลายรักที่สุด เนื่องจากเป็นตึกที่มีความผูกพันกับนักเรียนชั้นมัธยมปลายมาหลายต่อหลายรุ่นแล้ว รวมทั้งด้านหน้าตึกจะเป็นลานสนามบาส ซึ่งทุกเที่ยงและเย็นจะเต็มไปด้วยลูกบาสหลายลูกและลูกบอลพลาสติกนับสิบเตะไปมา หลบกันให้วุ่น

 

       ตึกถูกทุบทิ้งด้วยเหตุผลของความความไม่มั่นคงและปลอดภัยของอาคาร เนื่องจากตึกเก่ามาแล้ว รับน้ำหนักนักเรียนไม่ไหว และถูกปล่อยโดยไม่มีนักเรียนไปเรียนประจำห้องกว่า 2 ปี ก่อนจะโดนทุบ ทางโรงเรียนจึงได้ออกแบบตึกใหม่มาทดแทนที่ตึกแม่พระและตึกวิทยาศาสตร์ แต่ที่จบไปแน่ๆ คือตำนานผีห้องวิทยาศาสตร์ ซึ่งพวกเราหลายรุ่นจะเห็นทั้งตัวเด็ก หรือเฉพาะแค่มือโผล่ออกมาจากหลังตู้เก็บเครื่องมือชั้นสาม ให้วิ่งหนีกันไม่ทันทีเดียว เหอ นึกแล้วยังสยองไม่หาย

 

 

จบซะที สำหรับการนำเที่ยวโรงเรียนของเราในปี 2550 เปลี่ยนไปเยอะจริงๆ ใครอยากจะเห็นภาพจริงๆ ของตึก และมาสเซอร์ตัวเป็นๆ ก็ลองแวะไปเยี่ยมโรงเรียนบ้างก็ดีครับ เพราะสถานที่แห่งนี้ เป็นตำนานของพวกเราชาวอโศกผลัดใบ 

 

 

Copyright & All Rights Reserved, www.SG2527.com